1
00:00:00,000 --> 00:00:10,000
สำเร็จ

2
00:00:30,000 --> 00:00:39,180
การสร้างสันจากกระวัล

3
00:00:39,180 --> 00:00:52,740
พวกคนทุกยุคสมัยเฝ้าปราจใจเสมอมาว่า

4
00:00:52,740 --> 00:00:55,440
ให้กระเพ็บอันร้ายขอบเคตีเกินขึ้นมาได้อยู่ใน

5
00:00:55,440 --> 00:00:57,340
ให้กระพบจะไปยังแห่งผลใด

6
00:01:00,000 --> 00:01:03,240
ดีที่สาห้องเป็นมันคลิต

7
00:01:03,240 --> 00:01:07,780
และกดเก NICK AT PEP. และความส حามตุ่นของอีก chunks

8
00:01:07,780 --> 00:01:09,320
broccoli ทำงานได้อย่างไร

9
00:01:09,320 --> 00:01:11,180
มันได้ดำวิธิยาศาสตร์และนาคิด

10
00:01:11,180 --> 00:01:14,080
ได้ฟังการเอียจัยมากมายหลายอwing

11
00:01:14,080 --> 00:01:16,420
และสถานเป็นทุกสดีบางอย่างออกมา

12
00:01:16,420 --> 00:01:21,300
เก้านั้นมีอยู่ว่า เด็กกับพบคือการรมกันของสาสารที่มีขนาดไม่มีที่สินสุด

13
00:01:21,300 --> 00:01:24,820
หาเวลาเริ่มต้นไม่ได้ และจะทำเราอยู่ต่อไปช่วนที่รัน

14
00:01:24,820 --> 00:01:48,420
เมื่อก่อนตัวเป็นรากฐานของปรัจยาวถุนิยม ภาษณะนี้จึงปฏิเศษการณบรงยูของพระผู้สร้าง

15
00:01:48,420 --> 00:01:52,980
ขนาดเดียวกันก็ยินยันว่า เอกพุกไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีจุดจบ

16
00:01:54,820 --> 00:01:59,780
และที่วัตถุนิยมคือระบบความคิดที่ยิปถือว่า วัตถุคือสิ่งสำหววรณเพียงสิ่งเดียว

17
00:01:59,780 --> 00:02:04,900
และปัติเศษการมีอยู่ของสิ่งไทยก็ตามที่ไม่ใช่วัตถุ ถือกำนัดบเริสโบราณ

18
00:02:04,900 --> 00:02:08,580
และรับการยอมรับอย่างท่วมท้น ในสัตวัดที่ 19

19
00:02:08,580 --> 00:02:14,580
ระบบความคิดนี้มันมีกิจศัพท์เรื่องลือในรูปของวัตถูนิยมวิภาษณ์ของ Karl Marx

20
00:02:17,580 --> 00:02:21,580
นักวัตถูนิยมถือว่าแบบจำนองอีกภพที่ไม่มีที่สิสุดนั้น

21
00:02:21,580 --> 00:02:24,580
เป็นหลักสำคัญที่สุดของปรัฐยาอาทีวัตถูนิยมของพวกเขา

22
00:02:24,580 --> 00:02:27,580
แต่อย่างเช่น George Pulitzer นักปรัฐยาวัตถูนิยม

23
00:02:27,580 --> 00:02:29,580
ได้อ่างเอาไว้ในหนึ่งสือ

24
00:02:29,580 --> 00:02:34,580
Elementary Principle of Viro princessey หรือหลักปรัฐยาเบิ่งต้นของเขาว่า

25
00:02:34,580 --> 00:02:36,580
เอีกภพมิใช้วัตถูกที่ถูกสร้างขึ้นมา

26
00:02:38,780 --> 00:02:45,580
themselves คล้อมกับเสริม ว่า

27
00:02:45,580 --> 00:02:52,580
ในตอนที่ Pulitzer อ่างว่า

28
00:02:52,580 --> 00:02:55,580
เข сы仪ดดีเป็นอ่างเบคภพคนที่ของสันฐวัตorterที่สิดก้าว

29
00:02:55,580 --> 00:02:59,820
และกิดว่าเขากำลังนำเสนอข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ปรากาลหนึ่ง

30
00:02:59,820 --> 00:03:03,600
อย่าไรก็ตามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ปัฒนาขึ้นในสัตว์ที่ 20

31
00:03:03,600 --> 00:03:07,760
ได้มารบล้างความคิดเก่าแก่ ที่เรียกว่ารัดทีวัดถุนยมไปในที่สุด

32
00:03:07,760 --> 00:03:12,320
มีการค้นพบว่าเอกฟพ์ไม่ได้อยู่คงที่ดังเช่นที่นักวัดถุนยมสันธิฐาน

33
00:03:12,320 --> 00:03:15,480
แต่ตรงกันข้าม อีกหรับกTop名ห Alison ดีenders trong หุισก Liberal

34
00:03:15,480 --> 00:03:20,480
นอกจากนี้การ ฝ้าสังเกต และการคำเ STEM ที่กระทำหลายๆครั้ง

35
00:03:20,480 --> 00:03:23,140
ยังพฮิสิวได้เห็นว่าอีกหรับมีชุดเริ่มต้น

36
00:03:23,140 --> 00:03:26,360
และอีกหรับเป็นชุดทำการขึ้นมาจากความว่างเปล่า

37
00:03:26,360 --> 00:03:27,860
เพราะการระเบอยครั้งใหญ่

38
00:03:27,860 --> 00:03:31,360
ปัจจบันโลกวิทยาศาสตร์จอมรับข้อที่จริงเหล่านี้โดยท่วนๆ

39
00:03:31,360 --> 00:03:34,360
และการคนพบข้อที่จริงอันสำคัญยิ่งเหล่านี้

40
00:03:34,360 --> 00:03:36,560
เป็นจริงที่มาได้เพราะการฟ้องสังเกต

41
00:03:36,560 --> 00:03:39,560
และการคนพบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างขนาดไหนนั่นเอง

42
00:03:45,860 --> 00:03:50,360
ในปี 1929 น.H.Doudal Mount Vincent, Ratt California

43
00:03:50,360 --> 00:03:52,360
นักตรราศาสตร์ชาวอเมรกัน

44
00:03:52,360 --> 00:03:54,360
ผู้มีนามว่า Edwin Hubbard

45
00:03:54,360 --> 00:03:57,860
ได้ทำการคนพบที่อย่างที่สุดครั้งหนึ่งในปราศาสตร์ของดาราศาสตร์

46
00:03:57,860 --> 00:04:14,860
ขอตามกฎศิกษ์อันเป็นที่ยอมรับการระบุว่า

47
00:04:14,860 --> 00:04:17,860
แถบเคลื่อนของลำแสงที่เดินทามไปยังจุดฟ้องสังเกต

48
00:04:17,860 --> 00:04:19,860
จะมีสีออกไปทางม่วง

49
00:04:19,860 --> 00:04:23,700
ขนาดที่แถบ כลือลำแซงที่เคลื่อนตัวออกไปจากจุเข้าสังเกตได้

50
00:04:23,700 --> 00:04:26,400
จะมีสีออกไปทางแดง

51
00:04:26,720 --> 00:04:28,920
ระหว่างการ hiring of Hubbell พบว่า

52
00:04:28,920 --> 00:04:32,260
แซงที่เปลง כออกมาจากด้าวน์ที่มีสีออกไปทางแดง

53
00:04:32,260 --> 00:04:33,860
นี่ก็หมายความว่า

54
00:04:33,860 --> 00:04:39,160
ด้าร์กำลังเคลื่อนล์ที่ไกลออกไปจากเราอยู่ทุกขนาด

55
00:04:43,940 --> 00:04:47,620
จากนั้นไม่นาน Hubbell ได้ทำการคนโพกที่สำคัญอย่างนี้อิบปราการ 1

56
00:04:47,620 --> 00:04:51,360
นั่นคือ д �àoและแกรคซィีไม่ใช่จากครั้งแกล่นที่กลาย ออกไปจากเราเท่านั้น

57
00:04:51,720 --> 00:04:53,680
แต่อย่างเคลื่อนตัวออกจากกับกันอีกด้วย

58
00:04:53,740 --> 00:04:56,900
จากก paljon ที่ทุกสินในยุฟ้ากกำลังเคลื่อนตัวออกจากกัน นั้น

59
00:04:57,140 --> 00:04:59,780
คอสสรุพที่จะรวมได้มีเทียประการเดียวเท่านั้น

60
00:05:00,240 --> 00:05:02,880
นั่นคือ latest อีกษ้ากำลังค heating ตัวอยู่ทุกขนาต

61
00:05:03,820 --> 00:05:08,700
เพื่อให้เข้าใจดีขึ้น เราอาจจะเปรียบออกภพบกับผ יודע certainesผู้ของวันวุคที่กำลังoder de l'ecot

62
00:05:09,380 --> 00:05:14,340
ขณะที่วันวุนทองตัว จุดต่างการที่อยู่บนวันวุนจะเคลื่อนตัวออกจากกัน

63
00:05:14,340 --> 00:05:17,980
เช่นกัน วัตถูดต่างๆ ในออกภพบเคลื่อนตัวออกจากกัน

64
00:05:17,980 --> 00:05:20,420
แบบที่ค Terra pGO ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ

65
00:05:20,420 --> 00:05:24,420
ข้อที่จริงเดินกลาดที่ถูกคนพบในเชิญธิศดีมาก่อนแล้ว

66
00:05:24,420 --> 00:05:30,420
อารเบิร์ทไอสไตล์ ซึ่งในรับการยอมรับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศัตรวัติ 20

67
00:05:30,420 --> 00:05:34,420
ได้สรุปหลังจากการทำการคำนวนตามพฤศดีทางฟิสิกซ์ว่า

68
00:05:34,420 --> 00:05:36,420
เอ็กภพบจะคงที่ไม่ได้

69
00:05:36,420 --> 00:05:40,420
อย่างไรก็ตามไอสไตล์พักการค้นพบดังกลาเอาไว้เพียงเท่านั้น

70
00:05:40,420 --> 00:05:44,340
เพียงเพราะไม่อยากจะขัดแย้งกับแบบจำนองเอกภพขุ่งที่

71
00:05:44,340 --> 00:05:47,260
จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสมัยของเขา

72
00:05:47,260 --> 00:05:50,340
ต่อมาไอสไตล์ต้องจรัมยอมประกาศว่าการกระทำของเขา

73
00:05:50,340 --> 00:05:56,340
เป็นความปีดพาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในออชีพของเขา

74
00:05:56,340 --> 00:06:01,340
การขยายตัวของ EG-POP มีในอย่างไร

75
00:06:01,340 --> 00:06:05,340
การขยายตัวของ EG-POP มีความหมายว่า

76
00:06:05,340 --> 00:06:08,340
ถ้ามันสามารถเดินทางย้อมเวลากลับไปได้

77
00:06:08,340 --> 00:06:11,340
EG-POP จะพิสุดได้ว่ากำเนินขึ้นมาจากจุดๆเดียว

78
00:06:19,340 --> 00:06:21,340
จากการคำนวนแสดงให้เห็นว่า

79
00:06:21,340 --> 00:06:25,340
จุดๆเดียวซึ่งบัญจุสาสารทั้งมวลของ EG-POP นี้

80
00:06:25,340 --> 00:06:48,340
พเจมีปริมาติเป็นศูรณ์

81
00:06:48,340 --> 00:06:53,700
คงต้องอธิบาตให้ซาบว้าธิบาตให้สร้านว你看 สับวีกัน

82
00:06:53,700 --> 00:06:56,040
ใช้เพื่อวะถูกระสงค์ในเชิงพันนะนา

83
00:06:56,060 --> 00:06:59,240
มือวิทยาศาสตร์จะอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับความว่างเปล่า

84
00:06:59,280 --> 00:07:01,800
ซึ่งอยู่เหนือขอบเคความเข้าใจ za ของมนุษยา

85
00:07:01,800 --> 00:07:04,200
วิทยาศาสตร์ทำได้ค่ะเพียงใช้คำว่า

86
00:07:04,200 --> 00:07:06,800
จุดที่มีปริมาตรเป็นสร้านวิสดีเท่านั้น

87
00:07:06,800 --> 00:07:11,620
แท้จริงจุดที่ไม่มีปาริมาตย์ หมาย تし hail เปล่านั่นเอง

88
00:07:12,320 --> 00:07:17,380
ด้วยเหตุผลนี้ เอกพฤษจึงเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า  estemนี่อีกในนั้น efficiency เนื่อง симหมาย

89
00:07:18,100 --> 00:07:23,100
ฟีศิกสมัยใหม่เพิ่งจะค้นพบข้อทักชิงประการณ์ ใน Massachusetts ที่ 20 นี่เอง

90
00:07:23,300 --> 00:07:27,920
แต่เอากระอ่านกราวถึงเรื่องนี้ เมื่อสิบทีศาต wag二 Thanhpahar

91
00:07:27,920 --> 00:07:30,920
พระองค์คือผู้ทรงประดิษชั้นฟ้าและแผ่นดิน

92
00:07:36,920 --> 00:07:42,920
ธุสดีวิกแบงอธิบายว่า ในประถมการณ์นั้น วัดถูกทั้งมวลในอีกภพมีเพียงหนึ่ง

93
00:07:42,920 --> 00:07:44,920
จากนั้นได้ถูกแยกออกจากกัน

94
00:07:45,920 --> 00:07:47,920
ข้อที่จริงที่ถูกเปิดเผ้ยเดียวธุสดีวิกแบงนี้

95
00:07:47,920 --> 00:07:51,920
คือถูกกล่าวว่าเนี่ยเอากรอาญเมื่อ 14 สตวัสด์ล่วงมาแล้ว

96
00:07:51,920 --> 00:07:54,920
สมัยที่พวกควรมีความรู้เกี่ยวกับอีกภพเพียงเล็กน้อย

97
00:08:00,920 --> 00:08:03,920
บันดาผู้บัติเศษไม่ได้พิจารณาดอกหรือว่า

98
00:08:03,920 --> 00:08:06,920
ฉันฟ้าและแผ่นดินนี้ รวมติดเป็นวนเดียวกัน

99
00:08:06,920 --> 00:08:08,920
แล้วเราได้แยกมันทั้งสองออก

100
00:08:10,920 --> 00:08:13,920
นั่นก็หมายความว่า สาสารทั้งมวลถูกสร้างขึ้นมา

101
00:08:13,920 --> 00:08:15,920
เพราะว่าการระเบิดครั้งใหญ่ของจุดๆเดียว

102
00:08:15,920 --> 00:08:21,920
และก่อนโรคเป็นเอกภพปัจจุบันдัมโดยถูกแยกออกจากกัน

103
00:08:24,920 --> 00:08:27,920
การก็ยายตัวของเอกภพเป็นนึงในรักฐานชิ้นสำคัญที่สุด

104
00:08:27,920 --> 00:08:29,920
ที่แสดงว่าเอกภพถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า

105
00:08:29,920 --> 00:08:35,920
แมวคอตให้จริงนิดพึ่งถูกคนพบในสตว handed evening

106
00:08:35,920 --> 00:08:37,920
แต่ الأงร้อได้สงแจ้งให้เราทราบความจริงข้อนี้เอาไว้

107
00:08:37,920 --> 00:08:40,920
ในอังคุรอ่านที่ประทานเมื่อ 1400 ปีล่วงมาแล้ว

108
00:08:45,920 --> 00:08:48,920
และชั้นฟ้านั้นเราได้สร้างมันด้วยหัดของเรา

109
00:08:48,920 --> 00:08:51,920
และแท้จริงเราเป็นผู้ขยายอย่างแน่นอน

110
00:08:59,920 --> 00:09:01,920
พิกแบงเป็นเครื่องชี้ชัดว่า

111
00:09:01,920 --> 00:09:03,920
เอกพบถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า

112
00:09:03,920 --> 00:09:05,920
หรืออีกในหนึ่ง

113
00:09:05,920 --> 00:09:08,920
เอาละได้ส่งสร้างมันขึ้นมาเพราะเหตุผลนี้

114
00:09:08,920 --> 00:09:11,920
และกระราศาทที่ยึดติดปรัดยาวัธุนิยม

115
00:09:11,920 --> 00:09:13,920
ก็ยังคงต่อต้านวิกแบงก์ต่อไป

116
00:09:13,920 --> 00:09:16,920
และยิดมั่นในความคิดที่ว่า

117
00:09:16,920 --> 00:09:19,920
เอกพบมีรักษาทที่ไม่สิ่งสุด

118
00:09:19,920 --> 00:09:21,920
ท้อยคำของ Arthur Eddington

119
00:09:21,920 --> 00:09:24,920
ในในนักฟิสิกซ์วัธุนิยมชั้นแนวหน้า

120
00:09:24,920 --> 00:09:27,920
ได้เปิดเพื่อให้เห็นเหตุผลของความพยายามทั้งกล่า

121
00:09:27,920 --> 00:09:30,920
เขากล่าวว่าในเชิงปรัดยาแล้ว

122
00:09:30,920 --> 00:09:32,920
ข้อคิดเห็นที่ว่าระเบียบธรรมชาติปัจจุบัน

123
00:09:32,920 --> 00:09:34,920
เริ่มต้นขึ้นอย่างจับพลันนั้น

124
00:09:34,920 --> 00:09:37,920
เป็นที่น่ารังเกียสำหรับผม

125
00:09:37,920 --> 00:09:40,920
ในในกลุ่มนั่นดาราศาติแนววัธุนิยมชั้นแนวหน้า

126
00:09:40,920 --> 00:09:43,920
ที่ได้รับการรบกวนจากทฤษดีวิกแบ่งนั้น

127
00:09:43,920 --> 00:09:46,920
ในแก่เซอร์ Fred Hoy ในตอนกลางสัตวัตว์

128
00:09:46,920 --> 00:09:49,920
Hoy สิ่งทฤษดีที่เรียกว่า ภาวะคงที่

129
00:09:49,920 --> 00:09:52,920
ซึ่งคล้ายคลิ่นกับนาทางของสัตวัตว์ที่ 19 ที่ว่า

130
00:09:52,920 --> 00:09:55,920
เอ็กภพบอยู่ในภาวะมั่นคง

131
00:09:55,920 --> 00:09:57,920
ทฤษดีภาวะคงที่อ้างว่า

132
00:09:57,920 --> 00:09:59,920
เอ็กภพบมีขนาดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

133
00:09:59,920 --> 00:10:01,920
และมีช่วงเวลาเป็นนิรัน

134
00:10:01,920 --> 00:10:03,920
มีจุดม่วงหมายเด่นชัดเพียงหนึ่งเดียว

135
00:10:03,920 --> 00:10:06,920
คือสับสนินปรัดยาวัฒุนิยม

136
00:10:06,920 --> 00:10:09,920
ทฤษดีนี้จึงแตกต่างจากทฤษดีวิกแบ่ง

137
00:10:09,920 --> 00:10:12,920
ซึ่งถือว่าเอ็กภพบมีจุเริ่มต้นโดยสิ้นเชิง

138
00:10:12,920 --> 00:10:20,920
ปัญดาผู้ที่ปกป้องทฤษดีภาวะคงที่ต่อต้านวิกแบ่งเป็นเวลานาน

139
00:10:20,920 --> 00:10:24,920
อย่าไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ไม่ได้เข้าข้างพวกเขาเลย

140
00:10:28,920 --> 00:10:34,920
ในปี 1948 จอส์การมอฟศเสดยังด้วยความคิดใหม่ๆอยู่กับวิกแบ่ง

141
00:10:34,920 --> 00:10:39,920
เขากล่าวว่า หลังจากอีกภพบเกิดขึ้นเพราะการระเบิดครั้งใหญ่แล้ว

142
00:10:39,920 --> 00:10:44,920
รางสีส่วนเกินควรจะมีอยู่ในเอกภพบซึ่งหลองเหนือจากการระเบิดดังกล่าว

143
00:10:44,920 --> 00:10:50,920
ยิ่งกว่านั้น รางสีนี้ควรจะแปรกระจายไปทั่วเอกภพบในแบบเดียวกัน

144
00:10:53,920 --> 00:10:59,920
แล้วแน่ไม่ช้าก็ได้มีการค้นภพบหลักฐานซึ่งควรจะมีอยู่นี้ในปี 1965

145
00:10:59,920 --> 00:11:06,920
Ano Pences และระเบิดวือสันส่งรักติจัยได้ค้นภพบคลื่นเหล่านี้เข้าด้วยบางเอิน

146
00:11:09,920 --> 00:11:15,920
รางสีซึ่งเรียกว่ารางสีคอสมิกพื้นหลังดูเหมือนไม่ได้แผ่ออกมาจากแรงใดไล่หนึ่งเป็นการเฉพาะ

147
00:11:15,920 --> 00:11:18,920
แต่ได้กระจายไปทั่วเอกภพบ

148
00:11:18,920 --> 00:11:24,920
ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจว่า รางสีนี้คือสีนที่หนงเหลือมาจากระยะแรกเริ่มของวิสแบง

149
00:11:24,920 --> 00:11:29,920
ทั้ง Pences และวินสันได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นภพบของเขา

150
00:11:39,920 --> 00:11:46,920
ในปี 1989 องค์การนาซาได้ส่งดาวเทียมสำหรวจคอสมิกพื้นหลัง หรือเรียกสั้นสั้นว่าครบ

151
00:11:46,920 --> 00:11:49,920
ขึ้นสู่อาวกาศเพื่อถามการวิจัยกับปรังสีคอสมิกพื้นหลัง

152
00:11:49,920 --> 00:11:54,920
ครบใช้เวลาเพียง 8 นาทีก็สามารถพิสูตรกายกำนวนของ Pences และวินสันว่าเป็นจริง

153
00:11:54,920 --> 00:12:02,920
ครบได้คนพบสิ่งที่หลงเหลือจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มแรกของเอกพบ

154
00:12:02,920 --> 00:12:07,920
ถือได้ว่านี่คือการคนพบทานดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกทุกสมัย

155
00:12:07,920 --> 00:12:12,920
การคนพบที่ได้พิสูตรให้เห็นว่า ทุกสดี Big Bang เป็นความจริงอย่างแน่นอน

156
00:12:12,920 --> 00:12:22,920
คลักทานชิดสำคัญอีกชิดหนึ่งของ Big Bang ได้แก่ปริมาณของ Hydrogen และฮีเรียมในอาวกาศ

157
00:12:22,920 --> 00:12:27,920
จากการคนควาวิจัยเป็นที่เข้าใจว่า ความเข้มค้นของฮีเรียมในกะพบ

158
00:12:27,920 --> 00:12:33,920
จะต้องเท่ากับความเข้มค้นของฮีเรียมที่ลงเหลือจาก Big Bang ตามที่คำนวนในเชิงฟิสดี

159
00:12:33,920 --> 00:12:44,920
ถ้าอีกภพบไม่มีจุดเริ่มต้น และถ้ามันดำรงอยู่นับตั้งแต่ช่วนิราณการแล้ว ส่วนประกอบ Hydrogen ก็คงจะถูกเผาผลาน และแปลเปลี่ยนไปเป็นฮีเรียมบทสิ้นแล้ว

160
00:12:44,920 --> 00:13:01,920
รากฐานอันทรงมิทธิพลทั้งหมดนี้ ทำให้ประชาคุมวิทยาศาสตร์จอมรับธิสดี Big Bang มาพูดถึงจุดกำนัดของอีกภพบ

161
00:13:01,920 --> 00:13:06,920
ต้องบอกว่า แบบจำรอง Big Bang คือประเด็นล่าสุดที่วิทยาศาสตร์มีอยู่

162
00:13:06,920 --> 00:13:14,920
เด็นนี้เสียมาปกป้องทิสดีผ้าวะของที่ เคียงบาเขียงไลเซต布ที่อยู่นานหลายปี

163
00:13:14,920 --> 00:13:18,920
แต่หลังจากประโทธาทั้งหมดทิสดี Big Bang ถูกเปิดิเภลยออกมา

164
00:13:18,920 --> 00:13:22,920
เสียมาต้องออกมาพูดถึงท่าธีล่าสุกของพวกเขา

165
00:13:22,920 --> 00:13:25,920
เสียมาเกลาวว่stütาปกป้องทิสดีผ้าวะของที่

166
00:13:26,220 --> 00:13:28,240
ไม่ใช่เพราะเชื่อว่ามันมีเหตุผล

167
00:13:28,600 --> 00:13:30,580
แต่เป็นเพราะว่าเขาหวังว่ามันมีเหตุผล

168
00:13:31,660 --> 00:13:53,940
ซินมายังเกล่าเสริม nowadays

169
00:13:53,940 --> 00:13:58,920
ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า เอกภพบเกิดขึ้นเพราะ Big Bang มาหลายพันล้านปีล่วงมาแล้ว

170
00:13:59,580 --> 00:14:03,900
เขายอมรับว่าไม่มีทางเลือก ลอกจากจะยอมรับธิสดี Big Bang อย่างเดียว

171
00:14:09,520 --> 00:14:14,000
เพราะชนะของธิสดี Big Bang ตำนานที่ว่าสาสารคงอยู่ตลอดการ

172
00:14:14,000 --> 00:14:18,740
ซึ่งเป็นมูลฐานของปรัดยาวัตถุนยมต้องถูกโยนลงกรยาประวัติศาทย์

173
00:14:18,740 --> 00:14:28,740
จึงเกิดคำถามว่า มีอะไรอยู่ก่อน Big Bang และอับนาจอะไรที่ทำให้กระเบิดครั้งใหญ่นี้สร้างให้พบขึ้นมา แหละที่มันยังว่างเปล่าอยู่

174
00:14:28,740 --> 00:14:50,740
แน่นอนคำถามนี้บอกเป็นไหนว่ามีประผู้สร้างดำรงอยู่ ซึ่งอเทอเอ็ดดินต้านใช้คำว่า คอเท่นจริงที่เป็นที่น่าระเกศในเชิงปรัตยาสำหรับนักวัดถุนิยม

175
00:14:50,740 --> 00:14:58,040
แน่ทริฟนี่ฟริวและประจายอธิวณ ผู้มีช่ Belle扇ศเสียงโดงดังให้ธ approve מבศ hayatیکศ pare

176
00:14:58,040 --> 00:15:02,780
เป็นที่รู้กันว่า การสรภาพเป็นสิ่งที่ดีต่อจิตวิญญาณacz Range

177
00:15:02,780 --> 00:15:05,380
歙นนั้นผมจะเริ่มอื่นการสรภาพว่า

178
00:15:05,380 --> 00:15:09,400
พวกอธิวณ อนิยมใน่สราธนิเธียร Inn ต้องอิทหัดใจ

179
00:15:09,400 --> 00:15:12,240
เราก็OU PARCA�미รก เป็น lotta มรคติทางด้านจักรいว่างวิทยาปัจจุบัน

180
00:15:12,980 --> 00:15:17,320
เพราะดูเหมือนว่า และจักร daarวานวิทยากำลังแสดงข้อพิศิทาง infew 마�固..

181
00:15:18,100 --> 00:15:20,520
นั่นกรียโอ้งกระพบมีจุดเริ่มต้น

182
00:15:24,580 --> 00:15:29,680
ดักวิทยาสาดหลายคนที่ไม่ได้กำหนกตัวเอางให้เป็นพวกอาทевойนิยมอย่าง หลับหูหลับตา

183
00:15:29,680 --> 00:15:37,760
ผู้สร้างผู้สมเขลงไกลที่ส่งสร้างสร้างเอกพบขึ้นมา

184
00:15:38,440 --> 00:15:44,820
พระผู้สร้างอันนี้จะต้องเป็นผู้สร้างทั้งสาสารและเวลา

185
00:15:44,820 --> 00:15:47,960
เพราездนั้นพระองค์ไม่ต้องเพื่อผ่านสิ่งทั้งสอง

186
00:15:49,420 --> 00:15:52,820
Hebroseนะคราศาสตร์พวกมีชื่อเสียงกล่าว่า

187
00:15:52,820 --> 00:16:07,820
ที่cujuldีบดทางด้านนาวกาดกลาวไว้ เมื่อนนั้นต้นเหก fouls จะต้องเป็นบางสิ่งที่ปธิบัติหน้าที่ในมิตติของเวลาหนึ่ง

188
00:16:07,820 --> 00:16:11,820
โดยเป็นอิสระและดำรง อยู่ก่อนมิตติ будущelf八 nelleแท้จริง

189
00:16:11,820 --> 00:16:15,040
ข้อสดุปนี้บอกให้เราทราบว่า

190
00:16:15,140 --> 00:16:17,440
ประเจ้าไม่ได้ส่งเป็นเอกพบเสียเอง

191
00:16:17,760 --> 00:16:21,920
หรือตั้งประเจ้าเองนั้น ก็ไม่ได้ส่งจำกัดฟวงอยู่ในภายในเอกพบ

192
00:16:25,620 --> 00:16:27,960
ถูกแล้วพระพุสส่างผู้ส่งเกรย์ไกร

193
00:16:28,000 --> 00:16:30,680
ผู้ส่งเป็นอิสระจากมนโ� low ภาพเห luxury ทั้งหมด

194
00:16:30,820 --> 00:16:32,720
ในส่งสร้างสазд Chic sleep and time

195
00:16:33,460 --> 00:16:37,300
พระองขือเอาล่ะ พระพวก�unde\'bienenแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดิน

196
00:16:41,820 --> 00:16:46,820
แท้จริง Big Bang สร้างความยุงยางให้แก่พวกวัดถุนิยมมากสิกกว่าที่ Anthony Friu

197
00:16:46,820 --> 00:16:49,820
นักปลัดยาอาจเทวนิยมสารภาพเอาไว้มากมายนัก

198
00:16:53,820 --> 00:16:55,820
เพราะ Big Bang ไม่เพียงจากพิสูตรว่า

199
00:16:55,820 --> 00:16:58,820
เอกพบถูกสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าเท่านั้น

200
00:16:58,820 --> 00:17:02,820
แต่ยังพิสูตรได้ว่าเอกพบเป็นขึ้นมานัสสนาทที่ถูกวางแผน

201
00:17:02,820 --> 00:17:05,820
มีระบบและถูกควบคุมเป็นอย่างดี

202
00:17:08,820 --> 00:17:11,820
Big Bang เกิดขึ้นด้วยการระเบิดของจุดๆ หนึ่ง

203
00:17:11,820 --> 00:17:14,820
ที่บัญจูสาสารและพลังงานทั้งหมดของเอกพบ

204
00:17:14,820 --> 00:17:17,820
และกระจายออกไปในอวกาศทุกที่ทุกทาง

205
00:17:17,820 --> 00:17:19,820
ด้วยความเร็วอันหน้าตระนก

206
00:17:19,820 --> 00:17:21,820
จากสาสารและพลังงานนี้

207
00:17:21,820 --> 00:17:24,820
ก็เกิดเป็นความสมดุนอันยิ่งใหญ่ที่ครอบคุมการักซี

208
00:17:24,820 --> 00:17:27,820
ดวงดาว ดวงอาทิตย์ โลก

209
00:17:32,820 --> 00:17:36,820
เรียกว่ากฒฟิสิกส ซึ่งเป็นแบบเดียวกันหมดทั่วทั้งเอกพบ

210
00:17:36,820 --> 00:17:38,820
และไม่เปลี่ยนแปลง

211
00:17:38,820 --> 00:17:41,820
กฒฟิสิกสที่อุบัติขึ้นมาพร้อมกับ Rig Bang นั้น

212
00:17:41,820 --> 00:17:43,820
ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตรอระยะเวลา

213
00:17:43,820 --> 00:17:46,820
ในหมื่น 5,000 ล้านปีที่ผ่านมา

214
00:17:46,820 --> 00:17:51,820
ยิ่งกว่านั้น กฒเรานี้ยังขึ้นอยู่กับการคำนวนที่วิธีพิธานอย่างยิ่ง

215
00:17:51,820 --> 00:17:55,820
ค่าต่างๆที่มีอยู่ในปัจจบัน หากปิดเทียนแม้เพียงมิลิเมตรหนึ่ง

216
00:17:55,820 --> 00:18:00,820
จะส่งของในโครงสร้าง และโครงแบบทั้งงวนของอีกภพพิหน้าสิ้น

217
00:18:04,820 --> 00:18:10,820
ทั้งหมดนี้บอกที่เราทราบว่า ระเบียบอันสมบูรณ์แบบนั้นเกิดขึ้นภายหลัง Big Bang

218
00:18:11,820 --> 00:18:16,820
เดี๋ยวเราก็ตามการระเบิร์ตไม่ได้ก๋อให้เกิดระเบียบ

219
00:18:16,820 --> 00:18:21,820
เพราะว่าการระเบิร์ทั้งหมดที่สังเกตได้ บันจะทำให้สิ่งที่มีอยู่เสียหาย

220
00:18:22,820 --> 00:18:25,820
แต่สลายและ einmalมีเพียบ verses

221
00:18:25,820 --> 00:18:27,820
ถ้าเราได้รับการแนะนําให้ปารุ救จักกับระเบิร์ท guarantee

222
00:18:27,820 --> 00:18:29,820
ผัญหลังมีระเบียบที่ระเย็ด穏เป็นอย่างยิ่งเกิดที่ตามมา

223
00:18:29,820 --> 00:18:36,420
เราอาจจะสุขได้ว่าเบิ่งหลังการระเบิดนี้จะต้องมีการแสกแสงอันชาลชลาดอยู่ด้วย

224
00:18:36,420 --> 00:18:43,820
และทุกชิ้นส่วนที่กระจายออกไปเพราะว่าการระเบิดถูกกำลังที่เคลื่อนไปในอาการที่ถูกควบกลุ่มโดยสิ่งเชิง

225
00:18:43,820 --> 00:18:53,820
ซื้อเฟร Breatth Hoy ต่อตั้ง Big Bang เป็นเวลาหลายปีแต่แด่ที่สุดก็ยอมรับพ้ออยพูดถึงสถานการณ์นี้อย่างดิบดีว่า

226
00:18:57,820 --> 00:19:03,820
พระสิดิ Big Bang ถือว่าอีกภพเริ่มต้นในการระเบิดเพียงครั้งหนึ่งแต่ตามที่เห็นเห็นกัน

227
00:19:03,820 --> 00:19:10,820
การระเบิดเพียงเวี่ยงสะสารออกจากกันในกะหน้าที่ Big Bang สงพนให้ทางตรงกันข้ามอย่างหน้าพิสมุง

228
00:19:10,820 --> 00:19:13,820
คือสาสานกลับมารวมตัวกันในรูปของแกลักซี่

229
00:19:23,820 --> 00:19:27,820
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าระเบพอันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกับการระเบิดแล้ว

230
00:19:27,820 --> 00:19:31,820
เมื่อนั้นก็ควรจะยอมรับว่าการแสกแสงของพระผู้สร้าง

231
00:19:31,820 --> 00:19:34,820
ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการระเบิดในทุกๆขนาด

232
00:19:34,820 --> 00:19:39,820
Què และสำหรับร bringingสร้างสร้างของ smiled at the beginning of that

233
00:19:40,820 --> 00:19:44,820
我觉得การระเบษสุดติษาที่ก่อนตัวขึ้นในอิกพบ

234
00:19:44,820 --> 00:19:47,820
ภัยหรังการเกิด BibG полож located in the background

235
00:19:47,820 --> 00:19:50,820
การสร้างสารในกระพบให้หมดที่จะอาศ้าย

236
00:19:50,820 --> 00:19:55,820
เมื่อนไขต่างๆของการสร้างเดอกusting Xiaoccาะให้หมดที่จะอาศ้� tavalla

237
00:19:55,820 --> 00:19:58,820
มีมากมาและซ้ำซ้อนอย่างยิ่ง

238
00:19:58,820 --> 00:20:02,900
หลังจากคำนวนอัตราการขยายตัวของZZERPHS แล้ว

239
00:20:02,900 --> 00:20:08,540
พอ devenلว味 ศาตรจัพิษอร์อาจารย์ฑ์ฟริษิกธ她สดีผู้มือที่เสียง ใดคลาวา

240
00:20:08,540 --> 00:20:13,740
redundстеยังวouve์ passouกว่า มีความปรเป ي ti อย่างที่เหมาERนึกไม่ถึง

241
00:20:13,740 --> 00:20:20,940
보통ดีคลาว ว่า เมื่อตราการไอร่เกียดทจะควรขนรดให้อัตราการขยายตัวกิ้นเข้ามาก llIST

242
00:20:20,940 --> 00:20:23,220
Digi completely and extremely sinister

243
00:20:23,220 --> 00:20:25,540
จ jegoกcken good

244
00:20:25,540 --> 00:20:27,540
ให้ตัวออกไปตลอดกัน

245
00:20:27,540 --> 00:20:29,540
ถ้าช้าไปเล็กน้อย

246
00:20:29,540 --> 00:20:31,540
เอกภพก็จะล่มสลาย

247
00:20:31,540 --> 00:20:33,540
แต่ถ้าเร็วไปเล็กน้อย

248
00:20:33,540 --> 00:20:37,540
วัสดูคอสมิคจะกระจายหายไปบทสิ้นตั้งแต่นานมาแล้ว

249
00:20:37,540 --> 00:20:39,540
เห็นได้ชัดว่า

250
00:20:39,540 --> 00:20:41,540
Big Bang ไม่ใช่การระเบิดธรรมดา

251
00:20:41,540 --> 00:20:43,540
แต่ว่าเป็นการระเบิดขนาดใหญ่

252
00:20:43,540 --> 00:20:45,540
ที่ถูกเตรมกันอย่างยอดเยี่ยม

253
00:20:45,540 --> 00:20:51,540
Steven Hawkins ดับฟิสิกชื่อดังได้กล่าไว้ในหนึ่งสื่อของเขาที่ชื่อว่า

254
00:20:51,540 --> 00:20:53,540
A Brief History of Time

255
00:20:53,540 --> 00:20:55,540
หรือประวัติยออกของการเวลาว่า

256
00:20:55,540 --> 00:20:57,540
เอกภพก่อปรีการคำนวน

257
00:20:57,540 --> 00:20:59,540
และความสำนวนที่ถูกปรับแต่งมาอย่างเลิดล้ำ

258
00:20:59,540 --> 00:21:02,540
เกินกว่าที่เราจะสามารถนึกคิดได้

259
00:21:02,540 --> 00:21:06,540
Hawkins กล่าวอ้างถึงอัตราณการแขยตัวของเอกภพว่า

260
00:21:06,540 --> 00:21:09,540
ถ้าหลังเกิดวิกแบงก์หนึ่งวินาที

261
00:21:09,540 --> 00:21:13,540
อัตราการขยายตัวรถต่ำลงไปเพียงแค่หนึ่งในแสนล้านล้านส่วนแล้ว

262
00:21:13,540 --> 00:21:15,540
เอกภพจะยุบตัวลงกลับไป

263
00:21:15,540 --> 00:21:18,540
ไม่ถึงขนาดอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

264
00:21:20,540 --> 00:21:24,540
Paul Davies ยังได้อธิบายถึงผลรับที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเรียงไม่ได้

265
00:21:24,540 --> 00:21:28,540
เนื้นจากความสมดุ่นและการกำนวนที่เที่ยงตรงอย่างเหลือเชื่อ

266
00:21:31,540 --> 00:21:33,540
มัญญาที่จะขัดคืนความรู้สึกที่ว่า

267
00:21:33,540 --> 00:21:35,540
โครงส้างเอกภพพ执ปัจจุบันนั้น

268
00:21:35,540 --> 00:21:37,540
ได้ถูกออกแบบมาค้นค้ามวิธีพีธั้น

269
00:21:37,540 --> 00:21:39,540
แต่ท่านที่เห็นชัดชัดว่า

270
00:21:39,540 --> 00:21:41,540
การฝันปล่ะเล่ๆлагน้อยๆ

271
00:21:41,540 --> 00:21:43,540
ในเฉ cree tú lec vaccines เนัณเกิดได้ง่ายมาก

272
00:21:43,540 --> 00:21:50,040
การโจบกันที่เหมือนจะเป็นปฏิหารของค่าเชิงตัวเลขที่ธรรมชาติได้กำหนดให้แก่ค่าคงตัวพื้นฐาน

273
00:21:50,040 --> 00:21:55,040
ต้องเป็นหลักฐานอันทรงอิทธิบหลยิ่มสำหรับปรากฐานการหลอกแบบไปกับพบต่อไป

274
00:21:55,040 --> 00:22:00,040
George Greenstein สัตว์ราจารย์ทางด้านดัวราศาสตร์ชาวอเมริกัน

275
00:22:00,040 --> 00:22:06,540
ไปเขียนเกี่ยวกับข้อที่จริงดังกล่าวในหนังสิของเขาชื่อ The Symbiotic Universe

276
00:22:06,540 --> 00:22:10,540
ขณะที่เราสำหรวจหลักฐานทั้งหมดจะเกิดความคิดขึ้นมาว่า

277
00:22:10,540 --> 00:22:14,540
พลังเนื้อธรรมชาติอะไรสักอย่างหนึ่งจะต้องเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

278
00:22:22,540 --> 00:22:26,540
สรุปแล้วเมื่อเราตัวสอบระบบอันรุ่งโรธในกะพบ

279
00:22:26,540 --> 00:22:29,940
ว่าการรมอยู่และการปฎิบัติกายของกับพบ

280
00:22:30,040 --> 00:22:33,040
ขึ้นอยู่กับสมดุ่นที่ระยะอ...อย่างที่สุด

281
00:22:33,040 --> 00:22:36,040
และระเบียบที่ซับซ้อนเกินกว่าจนติ enterprises than that will correspond for me

282
00:22:40,040 --> 00:22:41,580
ฟัย้งว่าเฉ buoyก SARAH

283
00:22:42,040 --> 00:22:46,100
ที่สมดุ่งและระเบียบภรรยาจอนจะก่อตัวขึ้นมาเอง open the first

284
00:22:46,100 --> 00:22:47,900
ความ Beet

285
00:22:48,240 --> 00:22:50,240
ภายหลังการระเบิดเช่น Big Bank

286
00:22:50,240 --> 00:22:54,760
การเกิดขึ้นของระเบิบดังกล่าวนั้นเป็นหลักทามอ่านชัดเจ็นที่แสดงถึงการรรรรรรรรรสร้างแนวถามาชาติ

287
00:22:56,760 --> 00:23:01,420
แน่นอนเหละเกินแทนการรรรรรรรรรเบิบในอีกภพที่ขาวทีเปรียกวิด๊ายนี้ ได้ถ lemon

288
00:23:01,420 --> 00:23:07,020
ได้ถูกพิสุดว่า มีประผู้สร้าง ผู้สร้างมีความรู้ก ส่งเดชานุภาพ

289
00:23:07,100 --> 00:23:09,420
และวิทยับปัญญาติที่ไม่มีที่สินสุด

290
00:23:10,500 --> 00:23:16,120
พูดโทรงสร้างสัดสายขึ้นมาจากความว่างเปล่า ส่งความคุม และดืนแลมันอย่างต่อนเลื่อง

291
00:23:16,520 --> 00:23:21,020
ประผู้สร้างอนุนี้คืออันล็อภิบาลแห่งสากลณ์โลก

292
00:23:31,420 --> 00:23:46,420
ทั้ง الجังหาเวมีผู้ตัวรει construfic chunky

293
00:23:46,420 --> 00:24:15,600
คุณกับสหรบ Lucas

294
00:24:16,420 --> 00:24:46,400
ที่สุดที่สุดที่สุดที่สุด

295
00:24:46,420 --> 00:24:53,660
ратьที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุด้柜

296
00:24:53,660 --> 00:25:01,000
กันต Wag식ที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที

297
00:25:01,000 --> 00:25:06,760
สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่liedธ movie

298
00:25:06,760 --> 00:25:11,420
แล้วเช figurament ที่ที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุดที่สุด

299
00:25:16,420 --> 00:25:18,060
แกต้องการเป็น!

300
00:25:18,700 --> 00:25:20,880
พวกการการ lasกลาด

301
00:25:21,120 --> 00:25:21,360
พ극елиแกPhone

302
00:25:35,100 --> 00:25:36,740
ทหารกลาด

303
00:25:37,380 --> 00:25:38,760
ความอิหาย Lah시간

304
00:25:39,420 --> 00:25:40,520
堆อuli

305
00:25:41,300 --> 00:25:42,200
1917月 stump

306
00:25:43,160 --> 00:25:44,080
ชั้นอาวิหาร

